ทีมงาน

ทีมงาน

คุณเบิร์ทสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สาขามนุษยศาสตร์ และระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยยอร์คเซ็นต์จอห์นในประเทศอังกฤษ สาขาการจัดการความเปลี่ยนแปลงหลักสูตรผู้นำทางด้านการบริหารนวัตรกรรม

คุณเบิร์ทเริ่มทำงานทางด้านการพัฒนาชุมชนกับหน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกาในตำแหน่งผู้อบรมทางวัฒนธรรมในช่วงปีค.ศ.๑๙๙๐ หลังจากนั้นเขาได้ร่วมงานทางด้านการพัฒนาการศึกษากับมหาวิทยาลัยยอร์ค ประเทศแคนาดา และได้ทำงานให้กับองค์การการศึกษาโลก ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวพม่า บริเวณชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย นอกจากนี้คุณเบิร์ทได้มีโอกาสจัดการด้านภัยพิบัติร่วมกับสมาพันธ์กาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงสากล ในช่วงภัยพิบัติสึนามิ ในแถบจังหวัดชายทะเลอันดามันต่างๆ ในปีพ.ศ.๒๕๕๐ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสภากาชาดสากลใน 5 จังหวัดภาคใต้ของไทย

ก่อนที่จะได้ก่อตั้งมูลนิธิเอิร์ธ อินเตอร์เนชั่นแนล คุณเบิร์ธได้รับมอบหมายจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นผู้ประสานงานด้านความมั่นคงและการจัดการความเสี่ยงให้กับหน่วยงานมนุษยธรรมต่างๆในเมืองกาเซียนเต็ปประเทศตุรกีย์ เพื่อช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยจากภัยสงครามในประเทศซีเรีย

คุณเจร์รี่ มอส เคยใช้ชีวิตในหน้าที่การงานในภาควิสาหกิจถึง๒๕ปี ก่อนที่เธอเกษียรตัวเองในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ในช่วง ๑๔ปี ที่ผ่านมา คุณเจร์รี่ได้ใช้ชีวิตและทำงานในสี่ประเทศด้วยกัน ปัจจุบันเธอประจำการอยู่ที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกีย์ ปที่ระเทศที่มีผู้พลัดถิ่นอยู่มากมาย คุณเจร์รี่กล่าวว่าประเทศนี้เป็นบ้านที่สองของเธอ อย่างไรก็ดี คุณเจร์รี่เคยได้รับมอบหมายให้ไปประจำการอยู่ในเขตชนบทของประเทศจีน เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย แต่ประเทศตุรกีย์เป็นประเทศที่สร้างความสะเทือนใจกับเธอมากที่สุดเมื่อเธอได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์ความทุกข์ยากของผู้พลัดถิ่นในประเทศนี้ คุณเจร์รี่ มอส ได้เมีโอกาศพบปะและพูดคุยกับคุณบัญชา ลีลาเกื้อกูล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเอิร์ธ อินเตอร์เนชั่นแนล ทั้งสองได้หารือกันเกี่ยวกับโครงการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซีเรียด้วยโครงการพัฒนาแบบยั่งยืน ทำให้คุณเจร์รี่ตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้ความรู้และประสบการณ์ของเธอให้เป็นประโยชน์กับโครงการพัฒนานี้  เธอกล่าวว่า

“โลกทุกวันนี้กำลังประสบปัญหากับผู้ลี้ภัย และผู้พลัดถิ่นเป็นจำนวนมาก และไม่มีเวลาไหนในประวัติศาสตร์ที่มีจำนวนผู้พลัดถิ่นมากเท่าปัจจุบัน อนาคตของโลกอาจสูญหายไปพร้อมกับผู้พลัดถิ่นเหล่านี้ แต่เราสามารถเปลี่ยนความสูญเสียนี้ให้เป็นอนาคตที่ดีกว่าได้ โดยการสร้างความหวังผ่านกระบวนการการพัฒนาการศึกษา และวิถีชีวิตแบบยั่งยืน ดิฉันหวังว่าจะสามารถเป็นกลไกส่วนหนึ่งในกระบวนการของโครงการพัฒนาดังกล่าว และดิฉันจะรู้สึกว่าได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมถ้าโครงการนี้จะสามารถสร้างความหวังให้กับประชาชนเหล่านี้”

คุณลอเรน่า เป็นนักข่าวไม่สังกัดสำนักงานใดๆ ประจำการอยู่ที่นครอิสตันบูลประเทศตุรกีย์ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๕๖ งานเขียนของเธอครอบคลุมถึงชีวิตผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในประเทศตุรกีย์ คุณลอเรน่าติดตามเขียนบทความเกี่ยวกับผู้อพยพชาวซีเรียที่ดิ้นรนสร้างชีวิตใหม่ในทวีปยุโรป โดยงานของคุณลอเรน่าจะเน้นความสนใจในด้านการพัฒนาวิถีชีวิต การศึกษา ผลกระทบจากสงครามและสังคม ตลอดจนการปรับตัวผสมผสานกับวัฒนธรรมและสังคมใหม่

หลังจากที่ได้สำเหร็จการศึกษาในปีพ.ศ.๒๕๕๖ จากมหาวิทยาลัยดอร์ทมูนด์ ประเทศเยอรมันนี คุณฟีลิกซ์ทำงานด้านการถ่ายภาพให้กับโครงการต่างๆทั่วโลก ก่อนหน้านี้ งานของเขาจะเน้นเนื้อหาการถ่ายภาพที่แสดงให้เห็นถีงความอยุติธรรมของสังคมมนุษย์ ตัวอย่างเช่นการถ่ายภาพจากกระบวนการสันติภาพในนครริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล (pacification process in Rio de Janeiro) แต่สำหรับภาพถ่ายที่คุณฟีลิกซ์ได้อุทิศให้กับมูลนิธิเอิร์ธ อินเตอร์เนชั่นแนลใช้เป็นปกหน้าเว็ปไซต์นี้ เป็นหนึ่งในภาพถ่ายภายใต้ชื่อโครงการว่า “หนีมรณะ” (Escaping Death) คุณฟีลิกซ์กล่าวว่าเป็นงานที่ได้รับผลตอบแทนทางจิตวิญญาณมากที่สุดงานหนึ่ง ถึงแม้ว่าสถานที่และสถานการณ์ที่เก็บภาพต่างๆเหล่านี้จะเต็มไปด้วยอันตรายก็ตาม

“ผมมีความจำเป็นต้องชุบกายตัวเองและเปลี่ยนบุคคลิกภาพให้กลมกลืนกับผู้ลี้ภัย ตลอดเวลาผมไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักถ่ายภาพ แต่กลับมองว่ากำลังเดินทางจากตัวตนของผมเองเพื่อที่จะค้นพบความอยู่รอดที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างกับผู้ลี้ภัยอื่นๆ การที่ได้มีโอกาสลงเรือยางลำเดียวกันกับที่ผู้ลี้ภัยใช้เดินทางข้ามมหาสมุทรทำให้ผมรุ้สึกราวกับว่าผมไม่ได้กำลังถ่ายทำสารคดี แต่ใช้ความรู่สึกร่วมตัวเองค้นหาสารคดีที่กำลังถ่ายทำอยู่”

คุณอับดาลวาฮาบ ลี้ภัยสงครามจากซีเรียมาอยู่ในประเทศตุรกีย์ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ เขาเริ่มทำงานกับสภาสังคมสงเคราะห์ผู้อพยพเดนมาร์ก (Danish Refugee Council) ประจำประเทศตุรกีย์ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชน คุณอับดาลวาฮาบได้มีโอกาสประสานงานในโครงการตั้งถิ่นฐานของผู้อพยพกับองค์การสหประชาชาติ และได้พบกับคุณบัญชา ลีลาเกื้อกูล ในขณะที่กำลังประจำการอยู่ในประเทศตุรกีย์ ตุณบัญชาได้ชักชวนให้คุณอับดาลวาฮาบมาร่วมเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิเอิร์ธ เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย คุณอับดาลวาฮาบทำหน้าที่ในด้านการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มประชากรผู้ลี้ภัยในประเทศตุรกีย์ให้กับมูลนิธิเอิร์ธ อินเตอร์เนชั่นแนล